ระหว่าง ADSL IP VPN กับ ADSL MPLS IP VPN

บริการประเภท MPLS กับ VPN

เนื่องจากผู้ให้บริการ (ISP) ล้วนตระหนักถึงภัยคุมคามที่เกิดขึ้นกับ Internet Protocol (IP) โปรโตคอล เช่น การรับ-ส่งอีเมล, หรือการเข้าเว็บ ซึ่งข้อมูลจะเรียกว่าแพ็ตเก็ต ในแพ็กเก็ตจะประกอบด้วยแอดเดรสผู้ส่ง และแอดเดรสของผู้รับ โดยจะถูกส่งตามเส้นทางที่แตกต่างกันผ่านอินเทอร์เน็ต ทุกแพ็กเก็ตเริ่มต้นจะถูกส่งไปยังเครื่อง Gateway จากนั้น Gateway จะเป็นตัวกำหนดบอกเส้นทางให้แพ็ตเก็ตส่งถึงผู้รับทางเส้นทางไหน


ข้อดี-ข้อเสีย ADSL IP VPN

ข้อดี
– ปัจจุบันมีความเร็วสูง ราคาถูก แต่ถ้าสัญญาณสื่อสารขาดเป็นอันจบ เช่น DSLAM เสียหาย
– รองรับการทำ VPN tunnel ระหว่างสำนักงานได้ (VPN site-to-site)
– รองรับการทำระบบลิงก์สำรองได้ง่าย เนื่องจากค่าบริการ ADSL ราคาถูก ผู้ใช้สามารถซื้อบริการกับผู้ใช้บริการรายอื่นๆ สำหรับใช้เป็นลิงก์อินเทอร์เน็ตสำรองได้ (backup line)
– อิมพลีเม้นท์ได้ง่าย เพียงแค่มีฮาร์ดแวร์ฟีเจอร์เทพๆ ก็สามารถอิมพลีเม้นท์โซลูชั่นต่างๆ ได้ เช่น load balance หรือ VPN L2TP over IPsec tunnel เป็นต้น
– low-cost VPN solution ไอทีในองค์กรสามารถอิมพลีเม้นท์ระบบเองได้

ข้อเสีย
– ข้อจำกัดของคุณภาพการให้บริการ (QoS) เช่น เรื่องของการ support ค่อนข้างช้า ไม่ได้มีโมเดลฟังก์ชั่น QoS หรือการจัดการบริหารแบนด์วิดท์จากผู้ให้บริการ (ISP) ผู้ใช้บริการต้องมีอุปกรณ์รองรับการทำ QoS และจัดสรรค์แบนด์วิดท์ในเครือข่ายภายในเอง
– ไม่ได้รับประกันเรื่องความเร็วในการใช้งาน เพราะเป็นบริการแชร์อินเทอร์เน็ต เว้นแต่จะซื้อบริการที่เป็น ADSL for Bussines (จะดีขึ้นมาหน่อยเรื่องความเร็ว แต่การ support ช้าเหมือนเดิม)
– ไม่สามารถแจ้งปัญหาตรงกับทาง NOC หรือทีมวิศวะกรเครือข่ายได้ ต้องผ่านแจ้งปัญหาการใช้งานผ่าน call center หรือสำนักงานย่อยของผู้ให้บริการเท่านั้น พอเป็นไปได้ก็ซื้อบริการจาก ISP รายย่อยแทน
– ความปลอดภัยในการใช้งาน อุปกรณ์ต้องรองรับการทำ VPN เป็นเครือข่ายส่วนตัวเชื่อมโยงระหว่างสาขา
– ไม่มีข้อตกลงการให้บริการจากผู้ให้บริการสำหรับบริการอินเทอร์เน็ตแบบ ADSL หรือที่เรียกว่า SLA (Service level agreement)
– เรื่องการป้องกันการโจมตี เช่น Denial of Service (DoS) ผู้ใช้บริการต้องป้องกันเอง หรือพวกปัญหาคอคอด (สำคัญมาก)
กลับเข้ามาเรื่องของบริการ ADSL IP VPN กับ ADSL MPLS IP VPN :-

– ทั้งสองซูโลชั่นนี้ให้ประเภทมีเดียเป็น ADSL ทั้ง IP VPN และ MPLS สิ่งที่ต้องเจอะคือปัญหาการเชื่อมต่อ ถ้า DSLAM เสียหายการเชื่อมต่อ ADSL ขณะนั้นตัดขาดทั้งที (กรณีนี้แนะนำให้ซื้อบริการจากผู้ให้บริการต่างกัน เพื่อทำเป็นวงจรสำรอง หรือ Backup Link)
– เรื่องของ QoS ความสำคัญของการให้บริการ support ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เช่น MPLS จะมีการรับรองคุณภาพการใช้งาน (QoS) ด้วย carrier class ทำให้ผู้ใช้บริการเชื่อถือและไว้วางใจจากผู้ให้บริการ
– เน้นโน่มการโจมตี (Denial of service : DoS attack) ผู้ให้บริการ MPLS สามารถเฝ้าระวังภัยคุกคามประเภทการโจมตีต่างๆ ได้ จากฟีเจอร์ของอุปกรณ์และการคอนฟิก ทำให้ไม่ส่งผลต่อการเชื่อมเครือข่ายส่วนตัว (Private Network) ขององค์กร
– Backup Link รองรับการทำวงจรสำรองได้ทั้ง 2 บริการ (ADSL IP VPN และ ADSL MPLS IP VPN)
– MPLS IP VPN เป็นเครือข่ายส่วนตัว (Private Network) สำหรับองค์กรที่มีความปลอดภัย โดยให้บริการผ่านโครงข่ายหลัก (Core Network) ด้วยเทคโนโลยี MPLS
เลือกบริการเทคโนโลยีผ่านเครือข่าย WAN ที่ดีที่สุดสำหรับองค์กร

– MPLS อิมพลีเม้นท์โดยวิศวะกรเครือข่ายจากผู้ให้บริการโดยตรง (ISP)
– อย่างน้อยต้องมีลิงก์สำรอง (WAN backup lines) อาจเป็นบริการผ่านมีเดียอื่นๆ ด้วยเทคโนโลยี่ FTTx เช่น Fiber To The Home : FTTH

สรุป ถ้าให้คะแนนออกมาแล้วในซูโลชั่นพร้อมใช้งาน ที่มีการจัดการจาก ISP ก็คงต้องยกให้ ADSL MPLS IP VPN แต่ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่าย ซึ่งก็ไม่ได้แพงมาก เมื่อเทียบกับมีเดียอื่นๆ หรืออีกทางเลือกสำหรับองค์กรขนาดเล็ก ที่ต้องการ save lost ค่าใช้จ่ายถูกกว่าแนะนำให้ใช้ ADSL IP VPN และต้องแลกมากับการคอนฟิก, บำรุงรักษาระบบเองครับ :-

จะว่าไปแล้วมันก็เหมือนกับคำนิยามของผู้ให้บริการระบบคลาวด์ “ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเราโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ แล้วคุณเอาเวลาไปบริหารจัดการเครือข่ายภายในดีกว่าไหม